www.korsor16.com
ยินดีต้อนรับสู่ บ้านสิบหก (ขส.16)
 
 ทำใจสบายๆ อ่านด้วยสติ ใคร่ครวญ มีเหตุผล     : - )

O หน้านี้สร้างขึ้นเพื่อทำความเข้าใจหลักการ ศึกษาพุทธศาสนาที่ถูกต้อง O

ให้ท่านตรวจสอบ ว่าตนเองเห็นด้วยหรือไม่ กับ คำถาม คำตอบ ต่อไปนี้
1. ศาสนาพุทธ มีผู้ที่เป็นศาสดา ประกาศคำสอน คือ พระพุทธเจ้า ใช่หรือไม่ (ตอบ : ใช่)

2. ถ้าเราอยากรู้ว่า ศาสดาสอนอะไร ก็ต้องหาคำสอนของพระพุทธเจ้า มาฟัง หรือ มาอ่าน ใช่หรือไม่ (ตอบ : ใช่)

3. แล้วเราจะหาคำสอนได้จากไหน ? (ตอบ : ในโลกมีการรวบรวมคำสอนพระพุทธเจ้าไว้แล้ว)

4. มีคำสอนพระพุทธเจ้าในประเทศไทย หรือไม่ (ตอบ : มี, ไทยคัดลอกมาไว้แล้วเรียกว่า พระไตรปิฎก)

5. พระไตรปิฎก ในประเทศไทยเหมือนกันหมดใช่หรือไม่ (ตอบ : ไม่ใช่)
    ตรงนี้ขอขยายความ คือ เดิมพระไตรปิฎกของไทยไม่มี ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาถูกทำลาย
รัชกาลที่ 1 จึงได้ขอยืมจากประเทศเพื่อนบ้าน มาทำการลอก ซึ่งลอกลงใบลาน เป็นภาษาบาลีอักษรขอม
รัชกาลที่ 5 เห็นความสำคัญ จึงให้แปลเป็น ภาษาบาลีอักษรสยาม เรียกกันว่า ฉบับบาลีสยามรัฐ
ต่อมาสมัย รัชกาลที่ 8 ก็ทรงให้แปลเป็นภาษาไทย ซึ่งเรียกว่า พระไตรปิฎกฉบับหลวง


6. พระสงฆ์ไทย ใช้พระไตรปิฎกเดียวกัน อ้างอิงในการเทศน์สอน ใช่หรือไม่ (ตอบ : ไม่ใช่)
    ตรงนี้ขอขยายความ พระสงฆ์ไทย มี 2 นิกาย (ตั้งขึ้นเอง พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดไว้)
คือ มหานิกาย มักเรียกกันว่า "พระบ้าน" กับ ธรรมยุติกนิกาย มักเรียกกันว่า "พระป่า"
ลักษณะเด่นที่ชาวบ้านรู้กันคือ ธรรมยุติฉันมื้อเดียว
    และทั้งสองนิกาย มีพระไตรปิฎกของตนเอง มหานิกาย มี 45 เล่ม ธรรมยุติกนิกาย มี 91 เล่ม
    แต่มีข้อสังเกต คือ นิกาย และสำนักต่างๆ ในประเทศไทยส่วนมากจะอ้างอิงว่าแปลมาจาก ฉบับบาลีสยามรัฐ ของรัชกาลที่ 5

7. แล้วทำไม พระไตรปิฎก ที่แปลมามีจำนวนไม่เท่ากัน (ตอบ : เพราะมีการอธิบายเพิ่มไม่เหมือนกัน)

8. พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ มีแต่คำพระพุทธเจ้าใช่หรือไม่ (ตอบ : ไม่ใช่, มีคำแต่งใหม่ พวกคำอธิบาย คำรจนาแต่งเติม ด้วย)

9. คำของพระพุทธเจ้า สมบูรณ์ บริบูรณ์ บริสุทธิ์ ดีแล้ว ใช่หรือไม่ (ตอบ : ใช่, พระพุทธเจ้าตรัสไว้เอง)

10. ถ้าเช่นนั้นเราก็อ่านแต่เฉพาะส่วนที่เป็นคำของพระพุทธเจ้าก็สมบูรณ์แล้ว ใช่หรือไม่ (ตอบ : ใช่)

11. แล้วจะรู้ได้ยังไง ตรงไหนคำพระพุทธเจ้า (ตอบ : คำของพระพุทธเจ้าจะมีลักษณะพิเศษ)
   คำของพระพุทธเจ้า จะมีลักษณะต่างจากคนทั่วไป ผู้ที่อ่านคำพระพุทธเจ้าบ่อยๆ จะรู้ได้ทันทีว่าลักษณะนี้เป็นคำพระพุทธเจ้า ยกตัวอย่างเช่น ท่านพูดกับใครท่านจะขึ้นต้นด้วยการเรียกชื่อคนนั้นก่อนพูด จะไม่พูดขึ้นมาลอยๆ เช่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ดูกรอานนท์ ดูกรพราหมณ์ และคำนั้นจะไม่ขัดหรือแย้งกับคำอื่นๆ ของท่านเลย จะเข้ากันได้ลงกันได้ทั้งหมด ตรงนี้ต้องอ่านคำพระพุทธเจ้าให้มากก็จะทราบเอง ส่วนคำแต่งใหม่ จะกล่าวขึ้นมาลอยๆ หรือกล่าวขึ้นมาเพื่ออธิบายคำพระพุทธเจ้าอีกที เช่น ขึ้นต้นด้วย บทว่า คำว่า อธิบายว่า

12. แล้วจะอ่านพระไตรปิฎกของสำหนักไหนดี ? (ตอบ : สำนักไหนก็ได้)
   เหตุผลเพราะ เมื่อสืบสาวย้อนไป ทุกสำนักประเทศไทยก็จะย้อนไปเจอกันว่า ลอกมาจากแถบๆ พม่า เกือบทั้งนั้น เราก็สามารถอ่านได้ทุกสำนักเพราะมาจากต้นตอเดียวกัน แต่ให้อ่านเฉพาะคำพระพุทธเจ้า ซึ่งจะเหมือนกัน คลาดเคลื่อนคำก็จะนิดหน่อยความหมายเดียวกัน แต่ในส่วนคำอธิบายนั้นจะต่างกันไปแล้วแต่ของสำนักไหนเป็นผู้ทำ

13. พระไตรปิฎกแต่ละสำนัก มีการแปลไม่ตรงกันบ้างหรือไม่ ถ้ามีจะเชื่อของใคร ? (ตอบ : มี, ยังไม่ต้องเชื่อของใคร เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง)
    ส่วนที่แปลไม่ตรงกัน ถ้าศึกษาครบถ้วนแล้ว จะรู้ได้ว่าคำแปลของใคร ไม่สอดคล้องกัน วิธีการตรวจสอบก็ เอาของทุกสำนักมาตรวจทานกัน ก็จะหาข้อสรุปได้ ในทางปฏิบัติแล้ว ผู้ที่อ่านเฉพาะคำพระพุทธเจ้า หลายๆรอบจะรู้ว่า ควรจะแปลคำนั้นว่าอย่างไร เพราะคำของพระพุทธเจ้าต้องเข้ากันได้ ลงกันได้ทั้งหมด ไม่มีการขัดแย้งกัน จะสอดรับอธิบายซึ่งกันและกัน ในคำของพระองค์เอง

14. แล้วถ้าอ่านไปเจอคำที่ไม่เข้าใจจะทำอย่างไร ? (ตอบ : ข้ามไปก่อน)
    ผู้ที่ศึกษาเฉพาะคำพระพุทธเจ้าอย่างเดียว ยืนยันว่าเมื่ออ่านไปเรื่อยๆ จะเจอคำของพระพุทธเจ้าอธิบายความหมายคำที่เราไม่เข้าใจเอาไว้ และคำจะโยงใย สอดคล้องกัน ในที่สุดเราจะเข้าใจคำนั้นของพระองค์ด้วยคำพระองค์เอง

15. ถ้าศึกษาเข้าใจหมดแล้ว หากุศโลบาย ที่ต่างไปจากคำพระพุทธเจ้า มาสอนได้หรือไม่ (ตอบ : ไม่ได้)
    เหตุผลเพราะจะเป็นเหตุให้พระสัจธรรมอันตธานไป พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เปรียบกับกลองศึกที่ ตีไปๆ แล้วกลองมีแผลแตก ก็หาเนื้อไม้อื่นตีเสริมเข้าไปในรอยแตกนั้น ทำแบบนี้นานไปเนื้อไม้เก่าก็จะหมดไป เหลือแต่เนื้อไม้ใหม่ที่ตีเสริมนั้น ก็ตรงเลย ศาสนาพุทธเรา ที่ไม่เหมือนกันอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะต่างคนก็ต่างๆหาเอกลักษณ์ของตัวเองเสริมเข้าไปในคำสอน หลายทอดหลายรุ่นเข้า ก็เป็นแบบทุกวันนี้ แต่ละสำนักสอนพุทธศาสนาไม่เหมือนกัน บางสำนักสอนขัดกับคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไม่ผิดเลย ทุกวันนี้มีแต่หนังสือคำสอนหลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ หลวงพี่ ลองเอามาสอบทานกับคำพระพุทธเจ้าจะเห็นว่าเกือบทุกอาจารย์สอนไม่ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น

16. แล้วจะเผยแผ่ ศาสนาพุทธอย่างไร (ตอบ : ท่องคำพระพุทธเจ้าไปพูด)
    ใช้หลักการง่ายๆ คือ จำคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้า ที่ท่านสอนไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วพูดไปตามนั้น ไม่ต้องแต่งเติม คนฟังก็จะเหมือนฟังจากพระพุทธเจ้า เท่านี้ก็เปิดธรรมที่ถูกปิดได้แล้ว คนฟังจะเข้าใจแบบไหน ก็ถือว่าฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านสอนแบบนี้ ฟังมากๆ ฟังบ่อยๆ ก็จะเข้าใจเอง คำท่านไม่ได้ยากจนคนอ่านต้องฉลาดอะไรมากมาย เร็วช้าขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละคนมากกว่า เหมือนกับบางคนอ่านตั้งแต่แรก มาถึงตรงนี้ก็ร้องอืมใช่ ศึกษาพุทธต้องแบบนี้ บางคนก็ยังไม่เข้าใจ ในครั้งพุทธกาล ก็มีคนที่ฟังพระพุทธเจ้าสอนแล้วไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้พระพุทธเจ้าสอนอะไร ก็อย่าไปฟังคำคนอื่น ต้องฟังแต่คำพระพุทธเจ้า ก็จะรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร จริงๆ ไม่น่าจะต้องอธิบายเน๊าะ ก็ตรงไปตรงมา

17. แล้วทำอย่างไรศาสนาพุทธ จึงจะไม่มีความแตกต่างกัน แต่ละวัด แต่ละสำนัก สอนเหมือนกัน (ตอบ : พระต้องทำตามธรรมและวินัยตามที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้)
    ก็เพราะไม่ทำตามพระพุทธเจ้าสอน พอถามว่ารู้มั๊ยที่ทำอยู่ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน ส่วนใหญ่มักตอบว่ารู้ อ้าว.. แต่ก็อ้างว่าเป็นกุศโลบายบ้าง (อุบายทางกุศล) ถ้าศึกษาคำพระพุทธเจ้าถ้วนถี่ดีแล้วจะรู้เลยว่า ที่ทำผิดไปจากพระพุทธเจ้าสอนอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ไปทางกุศล หรือบางทีก็อ้างว่าเพื่อให้ญาติโยมสบายใจบ้าง สรุปคือ รู้ว่าทำผิดแต่มีข้ออ้าง

18. ฟังคำสอน พระที่ท่านบรรลุแล้ว เหมือนฟังคำพระพุทธเจ้าหรือไม่ (ตอบ : ไม่เหมือน)
    อันดับแรก ถามกลับเลยว่า รู้ได้อย่างไรว่าท่านบรรลุ เพราะเห็นในวงการศาสนาพุทธ ต่างคน ก็ต่างบอกว่าอาจารย์ตนบรรลุแล้ว แล้วทำไมยังสอนไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังมีวัตรปฏิบัติ ขัดกับคำสอนพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำไป
    อันดับสอง พระพุทธเจ้าก็สอนทุกเรื่องอยู่แล้ว ทำไมต้องไปฟังคำคนอื่น ในเมื่อผู้นั้นพูดไปพูดมา ก็อ้างพระพุทธเจ้า


19. แล้วฐานะของพระภิกษุสงฆ์ อยู่ตรงไหน (ตอบ : ฐานะเหมือนเดิม)
    ก็อยู่แบบเดิมนี่แหละ ก็ยังคงรักและเคารพศรัทธาท่าน แต่ท่านต้องปฏิบัติตาม ธรรมและวินัย ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ และนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเทศน์ ตรงๆ คำสอนให้ตรงกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ไม่แต่งเติม พยายามท่องให้ตรงเป๊ะกับที่พระพุทธเจ้าตรัส เท่านี้ญาติโยม ก็จะได้ธรรมะ ที่ถูกต้อง


สุดท้ายขอให้ข้อคิดว่า
จริงๆ แล้ว
"เราอยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร ไม่ใช่หลวงปู่สอนอะไร"
มิใช่หรือ










Copyright © 2008 by NCO 16/26